Search

#11สไตล์การเลี้ยงดูลูกจากทั่วโลก

ค่านิยมการเลี้ยงลูกของคุณแม่แต่ละคนขึ้นอยู่กับ ความคิดเห็นส่วนตัว​, ทัศนคติและวัฒนธรรมที่เราโตมา เราได้รับวัฒนธรรมไทยและบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมในการเลี้ยงดูลูกมาเป็นอย่างมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นส่วนสำคัญและมีอิทธิพลอย่างที่สุดต่อวิธีการเลี้ยงลูกของคุณแม่เอง วันนี้เราจะพาไปดูการเลี้ยงลูกตามแนวคิดต่าง ๆ ของทั่วโลกกัน


1. คุณแม่​ที่เดนมาร์ก

คุณพ่อคุณแม่ที่เดนมาร์กมักจอดรถเข็นพร้อมลูกน้อยให้หลับอยู่ในรถเข็นนั้น ระหว่างที่พวกเขาทานอาหารอยู่ในร้านหรือกำลังช้อปปิ้งอยู่ในร้าน ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วในรถเข็นนั้นมีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดไม่ว่าจะเป็นกล้องการเปิดรถเข็น หรือสัญญาณกันขโมยในการเปิดรถเข็นโดยพละการ แต่ถ้าเป็นเมืองไทยก็ยากหน่อยค่ะเพราะขโมยเอาไปทั้งรถเข็นเลยค่ะไม่เอาไปแต่เด็ก 555 เมืองไทยคงใช้วิธีนี้ไม่ได้แน่ ๆ ค่ะคุณแม่

2. ลูกน้อยในประเทศนอร์เวย์นอร์เวย์นอนหลับอยู่ด้านนอกท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

ฟังดูแล้วเหมือนเป็นการทรมานทารกยังไงอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงคุณพ่อคุณแม่ในประเทศนอร์เวย์และฟินแลนด์เชื่อว่าการนอนหลับข้างนอกท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นนั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกน้อย จะทำให้ทารกได้รับอากาศบริสุทธิ์รวมถึงมีสุขภาพที่แข็งแรงลดความเสี่ยงจากการติดโรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่ภายใต้อากาศภายในอาคารได้

3. เด็กที่ฟินแลนด์เรียน 45 นาทีเล่น 15 นาที

ประเทศฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยในประเทศและต่างประเทศส่งผลให้เห็นว่าเด็ก ๆ จะทำงานและตั้งใจทำกิจกรรมได้ดีขึ้น เมื่อเขาใช้เวลาในการทำงานนั้นอยู่ประมาณ 45 นาทีและใช้เวลาพัก 15 นาที ดังนั้นการหยุดบ่อย ๆ จะทำให้เด็กชาวฟินแลนด์ มีความสามารถและตั้งใจกับการเรียนของเขาได้ดีขึ้น ฟังแล้วดูเหมือนสวรรค์สำหรับเด็กเลยใช่ไหมคะ

4. เด็ก ๆ ที่ฮ่องกง อินเดีย และในไต้หวันนอนดึกมาก

ส่วนใหญ่ผู้ปกครองในประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลียจะให้ลูกประมาณนอนประมาณ 19:00 น ถึง 19:30 น แต่ผู้ปกครองในประเทศฮ่องกง อินเดีย และไต้หวัน จะพาลูกเข้านอนเวลาประมาณ 10:00 น สาเหตุหลัก ๆ มาจากการทำงานของผู้ปกครองที่กลับบ้านดึกและยังต้องใช้เวลาเล่นกับลูกอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนที่ลูกจะนอน อีกทั้งเด็ก ๆ ในประเทศเหล่านี้ ก็ยังเรียนหนักอีกด้วย ดังนั้นมีการบ้านมากมายทุกวันทำให้ต้องเด็ก ๆ นอนดึก ประเทศเหล่านี้การแข่งขันจะสูงมากดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องกวดขันการเรียนของลูก ๆ อย่างหนัก น่าเหนื่อยแทนเหมือนกันนะคะ

5. เด็ก ๆ ในประเทศอิตาลี สามารถชิมไวน์ได้ระหว่างที่เขาทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัว

ถึงแม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกกฎหมายนั้นในประเทศอิตาลีจะระบุไว้ว่าอายุ 18 ปีขึ้นไปแต่การดื่มแอลกอฮอล์ภายใต้การกำกับดูแลของครอบครัวในประเทศอิตาลีไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากคุณไปทานข้าวร่วมกับเพื่อนชาวอิตาลีคุณจะเห็นเด็กโตได้รับโอกาสในการชิมไวน์ที่แตกต่างกันหรือได้รับการลดแอลกอฮอล์ในปริมาณไม่มากนักในช่วงอาหารทำ นอกจากนี้งานวิจัยยังเผยให้เห็นว่าการชิมไวน์ของเด็กพร้อมกับครอบครัวในระหว่างอาหารท่านแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่อย่างเคร่งครัดจะทำให้เด็ก ๆ ไม่วุ่นวายระหว่างทางอาหาร แต่ยังไงก็ แอลกอฮอล์ก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ

6. การตีลูก ๆ ในประเทศสวีเดนผิดกฎหมาย

สวีเดนเป็นประเทศแรกที่ในปี 2522 การที่พ่อแม่ลงโทษทำร้ายร่างกายเด็กเป็นเรื่องผิด แต่ในปัจจุบันมีมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่ห้ามมิให้ผู้ปกครองใช้การลงโทษทางร่างกายกับเด็กประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยนะคะคุณแม่ มีวิธีหลากหลายที่คุณแม่สามารถใช้วิธีลงโทษลูก ๆ ได้ ดังนั้นเราอย่าทำร้านร่างการลูก ๆ กันเลยนะคะ

7. เด็ก ๆ ที่ฝรั่งเศสใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีบนโต๊ะอาหาร

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าอาหารฝรั่งเศสเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ดังนั้นวัฒนธรรมการกินอาหารของเด็ก ๆ ใน ฝรั่งเศสก็แตกต่าง ๆเช่นกันเด็ก ๆ ที่ฝรั่งเศสจะค่อย ๆ ลิ้มรสอาหารของเขา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากที่เด็ก ๆ ในโรงเรียนจะใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีในการรับประทานอาหารและเวลาที่เหลือในการเล่นในช่วงเวลาพักกลางวันของเขา

8.​ แม่ ๆ ในประเทศบัลแกเรียสามารถลาคลอดได้ 410 วัน

น่าอิจฉาสุด ๆ ใช่ไหมล่ะคะแม่ นอกจากนี้นะคุณแม่ทั้งหลายยังได้รับเงินเดือน 90 เปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนปกติที่จ่ายปกติหลังจากที่เขาคลอดลูกไปแล้ว 6 เดือนเต็มเลยนะแม่ นอกจากนั้นวันลาคลอดที่เหลือเนี่ยยังสามารถโอนให้คุณพ่อได้ด้วยนะคะ เป็นเพราะว่าที่ประเทศบัลแกเรีย ให้ความสำคัญของสายใยระหว่างแม่กับลูกเป็นอย่างมาก และให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกเล็ก รัฐบาลเชื่อว่าการที่ให้แม่ดูแลลูกอยู่ที่บ้านจะทำให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้น สุขภาพจิตของแม่ก็ดีขึ้นด้วย

9.​ เด็ก ๆ ในประเทศจีน สามารถเรียนรู้ที่จะเข้าห้องน้ำเป็นตั้งแต่แรกเกิด

ฟังดูสุดยอดไปเลยใช่ไหมคะจริง ๆ แล้วต้องอาศัยความการฝึกฝนของพ่อแม่พอสมควร เด็ก ๆ ที่ประเทศจีนจะใช้กางเกงชนิดหนึ่งเรียกว่ากางเกงเป้าเปิด เมื่อเขาต้องการเข้าห้องน้ำลดกางเกงลงก็สามารถทำธุระได้เลย ในที่สุดเขาก็จะเข้าห้องน้ำได้เร็วกว่าเด็ก ๆ ที่ใช้กางเกงผ้าอ้อมทั่วไป เบนซ์ก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกันค่ะว่าเป็นยังไง ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเพิ่งจะมาใช้กันจริง ๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เมืองจีน แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ในชนบทหลายแห่งในเมืองจีนก็ยังนิยมใช้วิธีนี้อยู่เนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดแล้วก็ฝึกให้เด็กเข้าห้องน้ำได้เร็วขึ้นมากค่ะ

10. เด็ก ๆ ที่ญี่ปุ่นใช้รถไฟฟ้าด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเด็กมาก

พ่อแม่ที่ญี่ปุ่นต้องการให้ลูกมีอิสระในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่เชื่อว่าการให้ลูกค้นหาหนทางด้วยตัวเองเป็นการเชื่อมโยงปลายประสาทและเป็นการฝึกฝนให้ลูกสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองโดยลำพังได้อย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องปกติหน้าที่เราจะเห็นเด็ก 6-7 ขวบนั่งรถไฟฟ้าไปซื้อขนมหรือของชำร่วยให้คุณแม่ แล้วก็กลับมาบ้านด้วยตัวเองโดยที่คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากมาย กลับเมืองไทยอาจจะยากหน่อยนะคะคุณแม่แค่เด็ก ๆ หลงอยู่ห้าง ลูกยังหายได้เลยค่ะ เราต้องดูแบบไม่คลาดสายเลยคะ

11. กระจกในประเทศอังกฤษและออสเตรเลียไปเรียนตอน 7 ขวบ

ก่อน 7 ขวบคุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกอยู่บ้านก่อนและเน้นการเล่นเป็นสำคัญ แล้วเขาให้ลูกไปเรียนจริง ๆ กันตอน 7 ขวบ และเชื่อว่าตอน 7 ขวบเด็ก ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้เขียนอ่านในโรงเรียนได้แล้ว บ้านเราถ้า 3 ขวบยังไม่ไปเริ่มเรียนอนุบาลข้าง ๆ บ้านก็เริ่มถามแล้วค่ะว่าเมื่อไหร่ลูกจะไปโรงเรียน เราต้องไม่กดดันตัวเองนะคะคุณแม่เราไปโรงเรียนเมื่อลูกพร้อมเสมอค่ะ เราไม่รีบคะ


บทความโดย

Dr. Benz Choklap


คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe

#คาเฟ่เด็ก#คิดส์คาเฟ่บางนา#คาเฟ่เด็กบางนา#KidsCafe#แฟรนไชส์กาแฟ#SensoryClass#BabbleSpaceKidsCafe#birthday#kidsbirthday#kidsparty#birthdayparty#eventvenue#partyvenue#customparty#themeparty#partydecor#kidscafe#bangkokkidscafe#playground#KidsCafeBabgna#cafe#kidscafethailand#indoorplayground#safeplay#kidsplayground#play #playarea #playtime #bangkokexpat #coffee #happy #family #playdate #playgroup #bangkokfamily #expatfamily

0 views

บริหารงานโดย บจก. เอ็มซีเอ็น คอนซัลติ้ง หมายเลขจดทะเบียนบริษัท 0105561117466