#สร้างค่านิยมที่ดีให้ลูก

ส่วนใหญ่ลูก ๆ ของเราจะเรียนรู้ เรื่องค่านิยมและทัศนคติทางสังคม จากโรงเรียน คุณครูและเพื่อน ๆ ของเขาเป็นส่วนใหญ่​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์ ความเอาใจใส่ ความมีวินัยในสังคม หรือการเป็นพลเมืองดีให้กับสังคม แต่เมื่อเขาเรียนรู้แล้วขึ้นอยู่กับเด็ก ๆ และครอบครัวที่จะส่งเสริม ไปในทิศทางใด เรามาดูวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยส่งเสริมลูกให้มีค่านิยมและทัศนคติที่ดีพร้อมที่จะเป็นพลเมืองดีของสังคมกันเถอะค่ะ



#1ทำเป็นตัวอย่างให้ดู

คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวละครที่สำคัญในการสร้างค่านิยมและทัศนคติเป็นอย่างมาก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนนขณะที่ลูกยังเล็กและกำลังเรียนรู้อยู่ แต่จะสามารถเห็นได้อย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงที่ลูกเป็นวัยรุ่นไปแล้ว หนังสือจิตวิทยาหลาย ๆ เล่มแนะนำว่าสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกในช่วงวัยแรกเกิดถึง 3 ขวบนั้นสำคัญมาก จะเป็นส่วนที่สร้างทัศนคติและค่านิยมด้านบวกให้กับลูกยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่ อย่างเต็มที่ในช่วงวัยเด็กลูกของเราก็จะมีพัฒนาการทางร่างกายจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรงดังนั้นเขาจะพร้อมที่จะเผื่อแผ่ความรัก ไปให้สังคมรอบข้างของเขาด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกมีความเอาใจใส่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มีความซื่อสัตย์คุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงอุปนิสัยนั้นให้ลูกเห็น


#2ติเพื่อก่อ

เมื่อลูกทำผิดทำนองคลองธรรมหรือทำผิดวัฒนธรรมค่านิยมที่จะทำให้ลูกอยู่ร่วมในสังคมหมู่คนหมู่มากได้ยาก เราเป็นพ่อแม่ต้องใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นค่อย ๆ สั่งค่อย ๆ สอนไม่ดุด่าว่าร้ายอย่างรุนแรง จำไว้เสมอว่าคนที่เราพูดด้วยยังเป็นเด็กอยู่ และเป็นลูกของเราเอง นอกจากนั้นเรายังรักเขามากอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นเมื่อลูกขโมยของเพื่อน ถ้าคุณพ่อคุณแม่เอาใจใส่ลูกอย่างเพียงพอสามารถตรวจดูกระเป๋านักเรียนของลูกทุกวันหลังจากกลับมาจากโรงเรียนแล้ว สิ่งใดที่แปลกปลอมในกระเป๋าลูกมาแล้วไม่ใช่สิ่งที่เราเห็นหรือเราซื้อให้ต้องถามลูกว่าได้ของสิ่งนั้นมาจากไหนสุดท้ายแล้วขับจับได้ว่าลูกไปเอาของคนอื่นมาวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือให้ลูกนำเอาไปคืน ไปกับลูกด้วยอยู่เคียงข้างเขาและให้ลูกขอโทษ ผลของมันอาจจะเลวร้ายคือลูกอาจจะโดนเพื่อนล้อว่าเป็นขี้ขโมยแต่ลูกจะจำได้ว่าจะไม่ขโมยอีก เพราะว่าผลของการขโมยนั้นร้ายแรง ลองคิดดูถ้าเราไม่สอนลูกวันนี้ วันหน้าการขโมยของเป็นสิ่งผิดกฎหมายลูก ไม่มีโอกาสแก้ตัวแบบนี้อีก


#3อ่านนิทานให้ลูกฟัง

วิธีนี้ไม่ใช่แต่เป็นการปลูกฝังค่านิยมเท่านั้นยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงระหว่างพ่อกับลูก หรือแม่กับลูกด้วยการอ่านนิทานให้ฟังพยายามเลือกเรื่องที่ส่งเสริมค่านิยมและทัศนคติที่ดีและวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น ลูกหมูสามตัวจะเห็นว่าลูกหมูสามตัวนั้นมีความรักระหว่างพี่น้องเป็นอย่างมาก ถึงแม้บ้านของหมูตัวที่ 1 และ 2 จะพัง หมูตัวที่ 3 ก็ยังให้ที่พึ่งพิงกับพี่น้องเสมอ นอกจากนั้นหมูตัวที่ 3 ยังสร้างบ้านได้แข็งแรงโดยใช้ความอดทนเราสามารถสนลูกเรื่องความพยายามอดทดรอสิ่งที่ดีที่สุดได้ การสอนลูกสามารถทำได้ในนิทานแทบทุกเรื่อง เราสามารถสอดแทรกทัศนคติวิธีคิดค่านิยมให้ลูกคิดตามได้เสมอ


#4ให้โอกาสในการฝึกซ้อม

บางทีเราสอนน้ำลายแตกฟองลูกก็ยังไมฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาใช่ไหมคะ นั่นเป็นเพราะว่าปกติแล้วเด็ก จะเข้าใจสถานการณ์ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาศสามารถพาลูกไปเล่นบทบาทสมมุติได้ หรือสามารถให้ลูกฝึกซ้อมค่านิยมและวิธีการปฏิบัติได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่นการไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่บ้านทำแบบนี้เป็นประจำจะช่วยปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมการเคารพผู้สูงอายุและการดูแลญาติผู้ใหญ่ไม่มีอายุมากขึ้น เมื่อลูกโตขึ้นเขาก็จะดูแลเราเหมือนที่เราดูแลพ่อแม่ของเรานั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นเลี้ยงลูกยังไงก็ได้ลูกอย่างนั้นนะคะคุณแม่


ลองไปทำกันดูนะคะเรามีเวลาอยู่กับลูกมากที่สุดใช้เวลาช่วงนี้ให้ดีที่สุดทำให้เขาเป็นลูกของเราค่ะมีทัศนคติและค่านิยมที่อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขค่ะ



บทความโดย

Dr. Benz Choklap


www.babblespacekidscafe.com

คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe #คาเฟ่เด็ก #คิดส์คาเฟ่บางนา #คาเฟ่เด็กบางนา #KidsCafe #แฟรนไชส์กาแฟ #SensoryClass #BabbleSpaceKidsCafe #birthday #kidsbirthday #kidsparty #birthdayparty #eventvenue #partyvenue #customparty #themeparty #partydecor #kidscafe #bangkokkidscafe #playground #KidsCafeBabgna #cafe #kidscafethailand #indoorplayground #safeplay #kidsplayground #play #playarea #playtime #bangkokexpat #coffee #happy #family #playdate #playgroup #bangkokfamily #expatfamily

16 views

บริหารงานโดย บจก. เอ็มซีเอ็น คอนซัลติ้ง หมายเลขจดทะเบียนบริษัท 0105561117466