#ลูกขี้อายไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนจะแก้อย่างไรดี

#ลูกขี้อายไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนจะแก้อย่างไรดี


แม่เป็นจะบอกว่าในความเป็นจริงเด็กทุกคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน บางครั้งสังคมของประเทศไทยก็ให้เด็กไปโรงเรียนเร็วไป (เสียงสูง) เราพาลูกไปเรียนชั้นเตรียมอนุบาลหรือตั้งแต่น้องอายุ 2 ขวบด้วยซ้ำแม่ ๆ ลองคิดดูนะคะลูกอายุ 2 ขวบยังพูดไม่ได้เลยให้ไปเรียนชั้นเตรียมอนุบาลเริ่มเข้าสังคมแล้วก็ดูจะเร็วไปหน่อยแต่น้อง ๆ บางคนก็ทำได้ค่ะ (แม่ก็โชคดีไป)


บางครั้งคุณแม่สอบถามเบนซ์ด้วยเรื่องลูกไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน เพราะถามกลับไปว่าลูกอายุกี่ขวบปรากฏว่าลูกเพิ่งอายุ 2 -3 ขวบเท่านั้น ในความเป็นจริงคุณแม่ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ลูกของเราเพิ่งเริ่มพูดได้จริงๆจังๆ และอธิบายความรู้สึกของเขาได้เมื่อลูกอายุ 3 ขวบ ลูกอายุ 3 ขวบเพิ่งเริ่มสร้างตัวตนเท่านั้น ก่อนหน้าอายุ 3 ขวบเพิ่งจะเริ่มสร้างว่าแม่มีอยู่จริงให้วางใจแม่และวางใจโลก เพราะฉะนั้นหากเราพัฒนาการการตามสมควรลูก อายุ 2-3 ขวบการเข้าสังคมยังไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก


แต่เอาล่ะค่ะในเมื่อคุณแม่ถามเบนซ์ก็จะตอบว่าทำอย่างไรลูกถึงจะเข้าสังคมได้ดีขึ้น สิ่งที่จะช่วยคุณแม่ได้นะคะ





#พาลูกไปเล่นข้างนอกบ้านค่ะ ก่อนหน้านี้มันก็คงไม่แนะนำค่ะเพราะว่าเชื้อโรคเยอะแยะมากมาย โควิดเอย แต่ตอนนี้ก็พอจะได้แล้วเลือกสถานที่ที่สะอาดหน่อย Babble Space KidsCafe ก็สะอาดนะ (ขายของหน่อย 555) มองดูแล้วมีคนทำความสะอาดดูแลอย่างดี พาลูกไปเล่นนอกบ้านค่ะ ให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก การทำแบบนี้นะคะจะทำให้ลูกรู้ว่า โลกของเขาไม่ได้มีแค่คุณแม่คุณพ่อ ครอบครัว หรือเพื่อน ๆที่โรงเรียนลูกเท่านั้น


#สอนลูกให้ยิ้ม แม่เริ่มด้วยการสอนให้เขายิ้มทักทายผู้อื่น การใช้ร่างกายของเขาสื่อให้เห็นว่าต้องการเล่นด้วย และใช้รอยยิ้มเป็นสื่อสัมพันธ์ คุณแม่เริ่มทำให้ลูกดู ลูกก็จะทำตามเองค่ะ บางทีไปเล่นนอกบ้านก็จะเจอปฏิกิริยาการที่ลูกขหวงของเล่น ทั้ง ๆ ที่ของเล่นมีเยอะมาก (ก.ไก่ล้านตัว) คุณแม่อย่าบังคับให้ลูกแชร์กับคนอื่นนะคะคุณแม่เพียงแค่พูดว่าของเล่นอันนี้ไม่ใช่ของหนูนะคะ เป็นของเล่นที่ทุกคนเล่นด้วยกันเมื่อลูกไม่เล่นแล้วคนอื่นก็มีสิทธิ์เล่น แต่ตอนนี้ถ้าลูกอยากได้เพื่อนเล่นลูกสามารถแบ่งได้ พูดสั้น ๆ ค่ะ ให้เขาให้ลูกเข้าใจว่าการแบ่งของเล่นทำให้ได้เพื่อน ถ้าลูกไม่อยากแบ่งมันเป็นสิทธิ์ของลูกนะคะ เพราะของเล่นชิ้นนั้นลูกหยิบก่อน ไม่มีความจำเป็นจะต้องลังคับให้ลูกแชร์คนอื่นให้ได้ค่ะ สิทธิ์ของเขาเขามีสิทธิ์เลือก หากเขาอยากได้เพื่อนเดี๋ยวเขาแชร์เองอะ ถ้าเขาไม่อยากได้เพื่อนเขาอยากเล่นของเล่นที่นั่นจริงๆคุณแม่ก็ให้เล่นค่ะ การบังคับให้ลูกแชร์ของเล่นกับคนอื่นจะทำให้ลูกรู้สึกว่าในเมื่อมีคนอื่นก็ต้องแชร์ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่อยาก คนอื่นเขาอยากเล่นคนเดียวตลอดค่ะ


#เข้าคลาสเพื่อเล่น ต่อไปนะคะเข้าคลาสต่าง ๆ เลยค่ะคุณแม่คุณแม่จะเริ่มเห็นความชัดเจนของลูกเมื่ออายุ 4 ขวบนี่ละคะ ลูกจะมีความสนใจเฉพาะเจาะจงชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นเวลาคุณแม่ทำครัวลูกจะจดจำใส่ใจและทำท่าทางเลียนแบบคุณแม่ หรือลูกชอบเคาะโต๊ะเก้าอี้เสียงดัง หรือทำเสียงต่าง ๆ เลียนแบบสัตว์ หรือร้องเพลง หรือเต้นรำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ที่ลูกชอบคะ คุณแม่พาไปเข้าคลาสเลยคะ เอาแบบจริงจังเลยนะค ะการเข้าคลาสเป็นแบบเพลย์กรุ๊ปเนี่ยจะทำให้ลูกได้ใช้ทักษะในการเข้าสังคมและการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นคะ การเข้าคลาสแบบนี้นะคะคุณครูเนี่ย จะสนับสนุนให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมร่วมกันแล้วด้วยความที่กลุ่มเนี่ยเป็นกลุ่มเล็กไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญกับเด็กเล็กของคุณครูที่คลาสเนี่ยจะมีมากกว่าปกติ เด็กๆก็จะไม่เกิน 5 ถึง 10 คน แล้วค่ะเพราะฉะนั้นความสนใจของคุณครูกับลูกกับลูกของเรามีมากกว่า ดังนั้นคุณครูก็จะรู้ปัญหาเราก็จะช่วยลูกของเราให้เข้าสังคมได้ดีขึ้นด้วยนะคะ


#เพิ่มความมั่นใจด้วยดนตรี นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมความชอบและฝึกทักษะ เพิ่มเติมให้กับตัวเขาทำให้ลูกของเรามีความมั่นใจมากขึ้นด้วยค่ะ ต่อไปอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะดนตรีและกีฬาค่ะดนตรีและกีฬานะคะมีทักษะต่างกันค่ะดนตรีจะฝึกให้เด็กเป็น เด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองมีการใช้ภาษาอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่ภาษาคำพูดและภาษากาย เป็นการใช้ภาษาดนตรีเพื่อสื่อสารอารมณ์ออกมาเด็กบางคนไม่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้อย่างเชี่ยวชาญ ความสามารถน้อง ๆ ไม่เหมือนกัน แต่สามารถสื่อสารทางอารมณ์เพลงได้ดี ไม่แน่นะคะคุณแม่อาจจะค้นพบการเป็นศิลปินของลูกในการส่งลูกไปเข้าคอร์สเรียนดนตรีก็ได้ นอกจากนี้การเรียนดนตรีจะทำให้ลูกกล้าแสดงออก ต่อที่สาธารณะด้วย การเสริมความมั่นใจให้ลูกเช่นนี้ทำให้ลูกรู้สึกว่าการเข้าสังคมไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอีกต่อไป


#กีฬาเป็นยาวิเศษ สุดท้ายแล้วค่ะกีฬาค่ะคุณแม่กีฬาเป็นยาวิเศษจริง ๆ นะคะนอกจากสอนให้ลูกเข้าสังคมแล้ว ยังทำให้ลูกรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อนของแม่เบ็นซ์คนนึงนะคะลูกมีอาการแบบนี้เป๊ะเลยค่ะ ไม่ค่อยเข้าสังคมเป็นลูกแฝดค่ะปกติพี่น้องก็จะเล่นด้วยกันอย่างเดียวไม่ยอมเล่นกับคนอื่นเลยค่ะ เพราะฉะนั้นไปที่โรงเรียนเค้าอยู่กันสองพี่น้อง โดยที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าสังคมกับคนอื่น เพื่อนของแม่เบ็นซ์ทำแบบนี้เลยค่ะ จับแยกห้องให้เรียนคนละห้องเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น อย่างที่สองคือจะส่งเรียนกีฬาคาราเต้ การส่งเรียนกีฬาทำให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย เมื่อร่างกายแข็งแรงจิตใจก็ดีขึ้นด้วยความมั่นใจความกล้าก็จะตามมากีฬาเป็นยาวิเศษ


คุณพ่อคุณแม่ลองดูค่ะ คุยไปคุยมาก็กลับเข้ามาที่เดิมคือหน้าที่ของคุณแม่คือ #สร้างแม่มีอยู่จริง หลังจากนั้นช่วยลูกในการสร้างตัวตนให้เขาค้นหาสิ่งที่เขาจะเป็น



บทความโดย

Br.Benz Choklap

www.babblespacekidscafe.com


คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe

#คาเฟ่สำหรับเด็ก #คาเฟ่เด็ก #จัดงานวันเกิดเด็ก #คาเฟ่ครอบครัว #ร้านอาหามีของเล่น #ร้านอาหารมีกิจกรรม #ร้านอาหารมีสวนสนุก #ร้านอาหารเหมาะสำหรับเด็ก #ร้านอาหารแนวครอบครัว #KidsCafe #KidsCafeกรุงเทพ #KidCafe #คาเฟ่ครอบครัว #คาเฟ่สำหรับครอบครัว #พาลูกเที่ยว #แม่และเด็ก #ร้านอาหารสำหรับคุณแม่ #คาเฟ่ครอบครัว #คิดส์คาเฟ่บางนา #คาเฟ่เด็กบางนา #KidsCafe #แฟรนไชส์กาแฟ #BabbleSpaceKidsCafe #kidsbirthday #kidsparty #partyvenue #themeparty #bangkokkidscafe #playground #KidsCafeBangna #cafe #kidscafethailand #indoorplayground #kidsplayground #playarea #playtime #bangkokexpat #happy #family #bangkokfamily #Expatfamily

4 views

บริหารงานโดย บจก. เอ็มซีเอ็น คอนซัลติ้ง หมายเลขจดทะเบียนบริษัท 0105561117466